พาราเซตามอล/แอสไพริน(acetaminophen/aspirin)
Antifreeze
Bleach
กรดบอริก(Boric acid)
Brake fluid
น้ำยาทำความสะอาด(Cleaning fluid and solutions)
น้ำยาดับกลิ่น(Deodorants)
ตัวดับกลิ่น(Deodorizers)
น้ำยาล้างพวกสบู่(Detergents)
ยาฆ่าเชื้อ(Disinfectants)
สี(Dye)
แว๊กขัดพื้น(Floor wax)
สารฆ่าเชื้อรา(Fungicides)
น้ำยาขัดเฟอร์นิเจอร์(Furniture Polish)
น้ำมันเบนซิน
ยากำจัดวัชชพืช(Herbicides)
ยาฆ่าแมลง(Insecticides)
ไลโซล(Lysol)
น้ำยาขัดโลหะ(Metal Polish)
Mineral Spirits
Mothballs
น้ำยาขัดเล็บและล้างเล็บ(Nail Polish & Remover)
สี(Paint)
น้ำยาล้างสี(Paint Remover)
น้ำยาล้างฟิมล์(Photographic Developer)
ยาฆ่าหนู/มด(Rat/Ant Poison)
แอลกอฮอร์(Rubbing Alcohol)
น้ำยาขัดรองเท้า(Shoe Polish)
เหยื่อดักหอยทาก/บุ้ง(Snail/Slug Bait)
Suntan Lotion
Tar
Windshield Washer Fluid
Wood Preservatives

อาการของแมวที่ได้รับสารพิษมีความผันแปรพอสมควร โดยแมวจะมีอาการตั้งแต่ชักและมีน้ำลายฟูมปากไปจนถึงมีอาเจียนและหมดสติ  เมื่อพบว่าแมวมีอาการต่างๆ ดังกล่าว หรือเมื่อพบว่าแมวได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกาย ควรต้องรีบนำแมวไปพบสัตวแพทย์ เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอย่างทันที่ โดยที่แมวอาจจะยังไม่แสดงอาการก็ได้

ความผิดปกติที่พบในแมว

posted on 17 Sep 2008 19:47 by jojobboyza
1. อาเจียน   การอาเจียนในแมวอาจพบได้เป็นปกติในกรณีที่แมว รู้สึกไม่สบายตัว แล้วจึงไปกินหญ้าเพื่อให้อาเจียนออกมา แต่ถ้านอกจากนี้ หรือพบว่าแมวอาเจียนบ่อยมาก นั่นหมายถึงว่าเกิดความผิดปกติขึ้นแน่นอน การอาเจียนนั้นจะต้องเกิดหลังจากกินอาหารเข้าไปอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถ้าเกิดเร็วกว่านั้นมักจะเรียกว่าการสำรอก ซึ่งจะมีสาเหตต่างกัน
สาเหตุของการอาเจียน :แบ่งได้ 3 สาเหตุใหญ่ๆคือ การติดชื้อภายในร่างกาย ความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร และความผิดปกติในระบบการทำงานของร่างกายนอกเหนือจากทางเดินอาหาร
สำหรับการวินิจฉัย : จำเป็นจะต้อง ใช้การตรวจเลือด การเอ็กซเรย์ หรืออาจจะต้องใช้กล่องตรวจภายใน ดังนั้นท่านเจ้าของไม่ควรนิ่งนอนใจเมื่อแมวของท่านเกิดอาเจียนขึ้นมา


                 
2. ท้องเสีย  อาการท้องเสีย หรือถ่ายเหลวสามารถพบได้บ่อยในแมว สามารถแบ่งลักษณะการท้องเสียตามอาการและความรุนแรง ได้ 3 ประเภทใหญ่คือ

ถ่ายเหลวเป็นน้ำ สาเหตุมักเกิดจาก อาหาร การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ป่วยด้วยโรคอื่นๆ

ถ่ายเหลวเป็นเมือก มักเกิดจาก พยาธิ และปาราสิตบางชนิด

ถ่ายเหลวเป็นเลือด มักเกิดจากมีบาดแผลในลำไส้ พยาธิ ปาราสิตบางชนิด ไวรัส หรือแบคทีเรียบางชนิด สำหรับความรุนแรงของโรคนั้นมีตั้งแต่ป่วยเล็กน้อย จนถึงตาย ดังนั้นเมื่อมีอาการท้องเสียควรนำแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อหาสาเหตุและการรักษาที่ถูกต้อง


                 
3. น้ำลายไหล   เมื่อแมวมีอาการน้ำลายไหลออกมามากเกินไป อาจจะมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น แพ้ยาหรือสารเคมีบางอย่าง ติดเชื้อไวรัสบางชนิด กินยาเบื่อหนู ความรุนแรงอาจจะถึงตายได้ดังนั้นควรนำไปพบหมอเพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาโดยด่วน


                 
4. ไอ    แมวที่มีอาการไอ มักจะมีปัญหาที่หลอดลม หรือปอด อาจจะเกิดจากสาเหตุของการติดเชื้อ ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด การวินิจฉัยที่ได้ผลมักจะต้องเอ็กซเรย์ หรือต้องใช้กล้องตรวจภายในส่องดู บางทีอาจจะต้องเช็คเลือดด้วย

                 
5. จาม   บางตรั้งแมวที่มีสุขภาพแข็งแรงดีก็อาจจะจามได้ เมื่อรู้สึกระคายเคืองที่จมูก แต่ถ้าการจามนั้นบ่อย หรือร่วมกับการมีน้ำมูก นั่นแสดงว่าป่วยซะแล้ว สาเหตุอาจเกิดจากแบคทีเรีย หรือไวรัส ต้องพาไปตรวจก่อนจะสายเกินไป ไม่งั้นอาจจะลุกลามจนทำให้เป็นปอดบวมได้

                
 6. ท้องผูก   แมวพันธุ์ขนยาวมักจะมีปัญหาท้องผูกอยู่เสมอ เพราะมักจะเลียกินเศษขน เข้าไปจนไปอุดตันในลำไส้ นอกจากนี้แมวที่มีปัญหาเรื่องเชิงกรานแคบก็จะมีปัญหาเรื่องท้องผูกอยู่เหมือนกัน การวินิจฉัย: จะใช้การคลำร่วมกับ การถ่ายภาพเอกซเรย์
การป้องกัน: จะต้องให้แมวกินอาหารที่มีกากเยอะๆจะได้ช่วยในการขับถ่ายได้ง่าย นอกจากนี้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ สำหรับป้องกันการท้องผูกขายอยู่ด้วย


                 
7. ฉี่ไม่ออก   อาการฉี่ไม่ออก มักพบได้บ่อยในแมวตัวผู้มากกว่าตัวเมีย เพราะตัวผู้มักจะมีเศษไขมันที่เกิดในทางเดินปัสสาวะไปอุดตันที่ปลายท่อทำให้ฉี่ไม่ออก เมื่อคลี่ปลายท่อปัสสาวะก็จะสามารถพบเศษไขมันนั่นได้ เจ้าของสามารถดึงเอาออกได้ เองแต่ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาหมอ
สำหรับสาเหตุอื่นๆ : อาจจะเกิดจากความผิดปกติของไต นิ่ว เป็นต้น
การวินิจฉัย: มักจะใช้การตรวจเลือด การตรวจปัสสาวะ และการเอ็กซเรย์ ไม่ควรปล่อยให้แมวอั้นฉี่ไว้นานเพราะจะมีผลต่อการทำงานของไต และระบบอื่นๆในร่างกายได้ ควรรีบนำแมวไปให้หมอตรวจหากพบว่าแมวพยายามฉี่ แต่ฉี่ไม่ออกอยู่หลายครั้ง

                 
8. ฉี่เป็นเลือด   อาการฉี่เป็นเลือด เป็นอาการที่ไม่ค่อยดีนัก สาเหตุมักจะเกิดจากนิ่ว การติดเชื้อ เป็นต้น ไม่ควรนิ่งนอนใจควรพาแมวไปพบหมอโดยด่วน เพราะอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโรคอันเป็นสาเหตุของการเกาและเลียในแมว อาการแพ้นั้นมีอยู่หลายโรค ที่เป็นสาเหตุให้แมวของคุณเกา เลีย ดึงขน หรือผิวหนังแดง เหล่านี้ได้แก่ โรคขี้เรื้อน โรคมะเร็ง ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมและการติดเชื้อ พร้อมด้วยการวินิจฉัยโรคและการรักษาได้ถูก สรุปไว้ดังแสดงในตารางด้านล่างต่อไปนี้

 

โรค ลักษณะของโรค อาการของโรค การวินิจฉัยโรค การรักษาโรค

ภาวะภูมิแพ้ทางพันธุกรรม          ( การอักเสบของผิวหนัง) : Atopy( Allergy inhalant Dermatitis )

การแพ้เกิดจากการที่สัตว์หายใจเอาละอองเกสร ดอกไม้ ตัวหิด และเชื้อราเข้าไป

เลียหรือแทะเท้า มีอาการอักเสบที่หู มีอาการคัน ผิวหนังเป็นผื่นแดง อาจจะเกิดการติดเชื้อหรือ พุพอง

ตรวจอาการอักเสบของผิวหนังชั้นในและซีรัม

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่สัตว์แพ้ ใช้พวกsteroids กรดไขมัน ส่วนเพิ่มเติม : ใช้ "bactin" antihistamines แชมพู " การรักษาด้านภูมิคุ้มกัน

ภาวะแพ้อาหาร(Food Allergy)

แพ้อาหารบางชนิด

เลียหรือแทะเท้า มีอาการอักเสบที่หู มีอาการคัน ผิวหนังเป็นผื่นแดง อาจจะเกิดการติดเชื้อหรือพุพอง

จำกัดอาหาร

เปลี่ยนอาหาร

การแพ้และระคายเคืองต่อสิ่งที่มาสัมผัสผิวหนัง ( Allergic and Irritan Contact Dermatitis)

แพ้สิ่งที่ไปสัมผัส เช่น พวกขน สัตว์หรือพลาสติก

ผิวหนังแดงและบวมหรือเป็นแผลพองที่บริเวณผิวหนังที่มีขนบางๆ เกิดการระคายเคืองของผิวหนัง คัน

เอาผ้ามาปิดแผล ป้องกันการติดเชื้อ

กำจัดสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่แพ้ ใช้ steroids antihistamines

ผิวหนังอักเสบอันเกิดจากหมัด(Flea Allergy Dermatitis: Flea Bite Hypersensitivity

น้ำลายของหมัด

ผิวหนังแดง มีอาการคันอย่างรุนแรง ขนร่วง บางครั้งอาจจะทำให้เกิดการอักเสบ หรือพุพอง

การพบตัวหมัด การทดสอบการตอบสนองต่อผิวหนังชั้นใน

การควบคุมหมัดในสภาพแวดล้อมและบนตัวสัตว์ การใช้ steroids และ antihistaminesสำหรับอาการคัน

โรคขี้เรื้อนตัวไร( Sarcoptic mange)

การติดเชื้อจากตัวไรชนิด "Sarcopes"

เกิดอาการคันอย่างรุนแรง

ผิวหนังลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งตัวหมัดชนิดนี้หาพบยากมาก

Amitraz dips , ivermectin

โรคขี้เรื้อนขุมขน( Demodectic mange or red mange)

การติดเชื้อจากตัวหมัดชนิด Demodex เกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันโรคผิดปกติ

ขนร่วง ผิวหนังเป็นสะเก็ด แดง มีตุ่มหนองเล็กๆที่ผิวหนัง มีอาการคัน

ผิวหนังถลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

ไม่ใช้สาร steroids สามารถใช้ amitraz (mitaban) dips

โรค Cheyletiella ( Rabbit Fur Mite) Mange

เกิดการติดเชื้อจากตัวหมัด Cheyletiella

คัน ผิวหนังเป็นสะเก็ด

ผิวหนังถลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งตัวหมัดชนิดนี้หาพบยากมาก

Permethrin (ใช้ในสุนัขเท่านั้น หรือ Pyrethin

โรคขี้เรื้อนในแมว (Notoedric mange in cats)

เกิดการติดเชื้อจากตัวหมัด Notodres

เกิดอาการคันอย่างรุนแรง

ผิวหนังถลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

Lime sulfer dips , Ivermectin

โรคกลากวงเดือน (Ring worm)

เกิดการติดเชื้อจากเชื้อราบางชนิด

ขนร่วง ผิวหนังเป็นสะเก็ด ผิวหนังจะมีบริเวณเป็นเปลือกแข็ง คันบ้างเล็กน้อย

การเพาะเชื้อ

Micronazole , lime sulfer dips, ให้กิน griseofulvin หรือ itraconazole

การติดเชื้อจากยีสต์ (Yeast Infection)

โดยส่วนใหญ่จะติดเชื้อจาก Malassezia หรือแอบแฝงมากับโรคอื่น

คัน ผิวหนังแดง แห้ง

ผิวหนังถลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ การเพาะเชื้อ

รักษาโรคแทรกซ้อน ให้กิน ketoconazole , miconazole อาบน้ำด้วยแชมพู

ตุ่มพุพอง : ผิวหนังชื้นแฉะ( Hot spots : acute moist dermatitis )

เป็นผลมาจากการถูกหมัดกัด โรคขี้เรื้อนและโรคต่อมทวารหนัก การได้รับการทำความสะอาดไม่เพียงพอ การติดเชื้อที่หู ดอกหรือฝักของต้นไม้ที่ติดตามขน การอักเสบของข้อต่อ

ขนร่วง ผิงหนังแดง แฉะจะทำให้เกาและเลีย

การตรวจและซักประวัติ

การรักษาอาการแทรกซ้อน ทำความสะอาดบริเวณที่เป็น ใช้ Demeboro solution ให้กินหรือทา antibiotic หรือ steroids

เนื้องอกร้ายของต่อมน้ำเหลืองของผิวหนัง(Cutaneous Lymphoma)

เป็นโรคมะเร็งผิวหนังที่ไม่ค่อยพบ

คัน ผิวหนังแดง เกิดตุ่มเล็กๆ แผลเปื่อย

ตัดเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นโรคไปทำการตรวจวินิจฉัย

โดยปกติแล้วจะไม่ไม่ได้รับการตอบรับในการรักษา

เหา ( Lice )

การติดเชื้อจากพวกเหา

มีอาการไม่แน่นอน : คัน ขนร่วง หยาบ ผิวหนังแข็ง

พบตัวเหาหรือไข่เหาบนผิวหนังหรือขน

Permethrin (เฉพาะสุนัขเท่านั้น) หรือ Pyrethrin , ivermectin

การอักเสบของผิวหนังที่มีรอยพับย่น(Skin Fold Dermatitis)

เกิดบริเวณที่มีการพับของผิวหนัง เช่น บริเวณริมฝีปาก ปากช่องคลอด หน้า ( ในสุนัขพันธุ์ bulldog)

ผิวหนังแดง แฉะ คัน

การตรวจร่างกาย การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาหลักฐานของการติดเชื้อ

การรักษาการติดเชื้อ ทำความสะอาดทุกวัน ในกรณีรุนแรงควรได้รับการผ่าตัดทำศัลยกรรม

พยาธิปากขอ(Hookworms )

เกิดติดเชื้อจากตัวอ่อนของพยาธิปากขอ

บวมแดง โดยปกติจะเป็นที่เท้า อุ้งเท้าขรุขระ การยาวของเล็บผิดปกติ คัน

ตรวจร่างกายและตรวจประวัติ มักได้รับการสุขาภิบาลที่ไม่เพียงพอ

รักษาการติดเชื้อของระบบลำไส้ ย้ายสัตว์ไปยังสภาพแวดล้อมใหม่

ผิวหนังหนาอักเสบจากการเลีย แทะ( neurodermatitis : acral lick Dermatitis (dogs) , Psychogenic dermatitis (cats))

การเลียมีผลมาจากภาวะการบอบช้ำทางจิตใจ ความวิตกกังวล ความเบื่อหน่าย ความเครียด (เช่น การมีสมาชิกใหม่เข้ามาในบ้าน)

ผิวหนังแดง ขนร่วง เป็นวง โดยปกติจะเกิดที่ขาหน้าในแมว : ขนร่วง ผิวหนังแฉะบริเวณท้อง ขาหนีบ หลัง

ตรวจสอบหาสาเหตุอื่น และดูประวัติสัตว์เป็นสำคัญ

ช่วยลด ผ่อนคลายอาการหรือสาเหตุที่ซ่อนเร้นอยู่ เช่น ความวิตกกังวล

การติดเชื้อจากแบคทีเรีย(Bacteria infection)

มักเป็นผลมาจากโรคหรือภาวะอื่น

ผิวหนังแดง มีตุ่มหนองเล็กๆตามผิวหนัง บวม บางที่อาจมีอาการคัน

การตรวจร่องรอยด้วยกล้องจุลทรรศน์ การเพาะเชื้อ

การรักษาอาการแทรกซ้อน ให้กินหรือ /และทา antibiotic

หมัดในหู(Ear Mites)

การติดเชื้อพวก Otodectes

คันอย่างรุนแรงที่หู แดง มีขี้หู

ผิวหนังถลอกและตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

ทำความสะอาดหู และใช้ยาพวก pyrethrin (Ear miticide)

Pelodera Dermatitis

การติดเชื้อโดยบังเอิญจากพวกพยาธิตัวอ่อนของหนอนพยาธิที่บริเวณฟางข้าวหรือวัตถุอื่นๆ

อาการคันอย่างรุนแรง ผิวหนังแดง

ผิวหนังถลอก ตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

ย้ายที่นอน อาบน้ำด้วยแชมพูที่มีสารป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ใช้สารพวก steroids ถ้าจำเป็น ในการควบคุมอาการคัน

Chiggers ( Harvest mites)

เป็นโรคที่เกิดตามฤดูกาล มีสาเหตุมาจากตัวอ่อนของพวกChigger

คัน บวม ปกติจะเกิดที่เท้า ท้อง และตามรอยพับที่ฐานของหู

สังเกตเห็นตัวอ่อนของหมัด การตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์

Permethrin (เฉพาะสุนัขเท่านั้น ) หรือ Pyrethrin