การฝึกแมว

posted on 16 Sep 2008 21:49 by jojobboyza



     ด้วยนิสัยอิสระและทำทุกอย่างตามใจตัวเอง ทำให้หลายคนคิดว่าแมวเป็นสัตว์ที่ฝึกไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วสามารถฝึกแมวได้เช่นเดียวกับสุนัข ซึ่งก็ควรฝึกแมวตั้งแต่ยังเล็กอยู่

     การฝึกแมวนั้นก็มีหลักเช่นเดียวกับการฝึกสุนัข ซึ่งได้มาจาการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ที่เรียกว่า "การตอบสนองอย่างมีเงื่อนไข " ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ " ทำดีมีรางวัลทำผิดโดนลงทัณฑ์ " เมื่อสัตว์ทำถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของคน จะได้รับรางวัลซึ่งอาจเป็นตั้งแต่ คำชม สัมผัส เช่น การลูบหัวไปจนถึงการได้รับของกิน เช่น ขนม อาหาร เป็นต้น เมื่อกระทำผิดคำสั่งอาจถูกดุโดยใช้น้ำเสียงที่หนักแน่นต่างจากปกติ หรือกระตุกเชือกที่คล้องคออยู่ นอกจากนี้อาจลงโทษโดยวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การกักบริเวณ โดยใช้วิธีผูก หรือ ขังกรง การตีโดยใช้กระดาษหนังสือม้วนเป็นท่อนตีพอเป็นการเตือนที่บริเวณสะโพก เป็นต้น

:: ฝึกนิสัยการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคน ::
    ก่อนฝึกแมวในหลักการนี้ผู้เป็นครูต้องมีความรู้เกี่ยวกับนิสัยและพฤติกรรมของแมวนักเรียน พอสมควร แมวเป็นสัตว์หน้าซื่อใจคด (หน้าไหว้หลังหลอก) มีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและความไร้เดียงสา ซึงต้องการขัดเกลา แมวไม่ซื่อและรักเจ้าของอย่างจริงใจเหมือนกับสุนัข การฝึกจึงต้องใช้ความอดทนที่จะอบรมสั่งสอนด้วยความลำบากใจมากกว่าการเลี้ยงสุนัข แต่ถึงกระนั้นแมวก็ยังเรียนรู้และสามารถฝึกให้มีระเบียบ ว่าง่ายและใช้ประโยชน์ได้ เช่น การเข้าใจกริยาท่าทางของแมวแสดงให้คนรับรู้อารมณ์

    เมื่อจะเล่นกับมันควรดูท่าทางของมันก่อนว่าในขณะนั้นอารมณ์ดีพอที่จะเล่นด้วยหรือไม่ ถ้าแมวรู้สึกดีใจที่จะได้พบเจ้าของมันจะรีบวิ่งเข้ามาหาและใช้หางพันแข้งพันขาแสดงความยินดี หูตั้งตรง ตาขยายกลมโต หนวดกระดิก เหล่านี้ ถ้ามีการหยอกเย้าตอบกลับ ลูบหัวลูบตัวมันก็จะเลียมือตอบรับรู้การสัมผัสแสดงความรักตอบ แต่ถ้ามันโกรธ หูแมวจะพับไปทางด้านข้าง หนวดเหยียดตรงไปทางข้างหน้า แกว่งหางไปมาและเตรียมขาตะปบพร้อมกับใช้เล็บแหลมคมข่วน เจ้าของจึงควรระวังอย่าให้คนในบ้านเล่นกับแมวแรง ๆ จนแมวรู้สึกเจ็บ เพราะจะถูกตอบโต้ทันทีทันควัน เมื่อเห็นแมวมีอาการเงียบไม่เคลื่อนไหว ก็อย่าวางใจว่าแมวไม่ทำร้าย ความจริงแมวสามารถซ่อนอารมณ์ไว้ในท่าที เฉยเมย ได้อย่างมิดชิด แต่อาการที่สังเกตง่ายมากคือ เมื่อมีขนตั้งชันแสดงว่ามันกลัว หรือ โกรธและพร้อมที่จะต่อสู้อย่างรุนแรง โดยลวงศัตรูให้ตายใจด้วยท่าทีเฉย ๆ แบบน้ำนิ่งไหลลึก ในขณะเดียวกันแมวก็เป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อน และรักเจ้าของด้วยความรักใคร่ มันจะรับรู้ความรักจากมือคนลูบโดยจะหลับตาพริ้มแสดงความสุขใจ บางทีก็ซุกซนกับแก้ม และ ซอกคอคน หางจะกระดิกยกขึ้น เป็นช่วงเวลาที่มันมีความสุขมาก

:: ฝึกเรียกชื่อ ::
    แมวรู้จักชื่อตัวเองได้เช่นเดียวกับสุนัข การตั้งชื่อให้แมวควรถือหลักคือ สั้น ออกเสียงจำได้ง่าย มักเป็นชื่อไม่เกิน 2 พยางค์ เมื่อมีชื่อแล้วก็ต้องหมั่นเรียกควรเริ่มฝึกเรียกตั้งแต่ยังเล็ก โตแล้วอาจไม่ได้ผล ยิ่งเรียกบ่อยแมวก็จำชื่อตัวเองได้เร็วขึ้นและเป็นประโยชน์ในการฝึก เมื่อเรียกแมวแล้วแมวเข้ามาหา ก็ควรให้ความสนใจ เป็นการให้รางวัลและตอกย้ำว่ามันเข้าใจถูกต้องแล้ว

:: ฝึกขับถ่ายเป็นที่เป็นทาง ::
    ตามธรรมชาติแล้วแม่แมวจะคอยดูแลและสอนวิธีทำความสะอาดแก่ ลูก ๆ เมื่อเริ่มขบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายครั้งแรก เริ่มเมื่ออายุได้ 2 ถึง 3 อาทิตย์ ด้วยวิธีการเลียบริเวณปากทวารหนักหลังจากกินนมหรืออาหารป็นการกระตุ้นให้ลูกแมวขับถ่ายออกมา จึงควรเตรียมจัดถาดทรายตื้น ๆ ไว้ให้แก่ลูกแมวในช่วงนี้ มิฉะนั้นมันจะหาที่ขับถ่ายเองแล้วจะกลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก นิสัยการขับถ่ายของแมวนั้นถ้าถูกขังอยู่ในกรงเมื่อปวดท้องเขาจะแสดงอาการคุ้ยพื้น ตะกุยกรงขอร้องอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเจ้าของไม่ใส่ใจสังเกตแล้วขังไว้หลายชั่วโมง แมวจะอั้นอุจจาระ และ ปัสสาวะเอาไว้ จนติดนิสัยกลายเป็นแมวท้องผูกทำให้กระเพาะปัสสาวะยืด แมวบางตัวสามารถอั้นได้หลายวันหรืออาจนานถึง 7 วัน สภาพเช่นนี้น่าสงสารมากซึ่งไม่ควรละเลย

    ถ้าแมวไม่ขับถ่ายในถาดที่เคยใช้อยู่เป็นประจำแล้ว วิธีแก้ไขก็คือเปลี่ยนทรายในถาดใหม่ หรือขยายกระบะให้ใหญ่ขึ้น การลงโทษแมวด้วยวิธีการรุนแรงต่าง ๆ จะไม่ได้ผล ควรรีบทำความสะอาดพื้นห้องที่เปรอะเปื้อนให้หมดกลิ่นเพราะลูกแมวจะจำกลิ่นของมันได้และย้อนกลับมาถ่ายที่เดิมอีก เราอาจสอนให้แมวขับถ่ายนอกบ้านได้อย่างง่าย ๆ แต่ต้องเตรียมที่ทางให้มันเข้าออกได้ง่ายโดยใช้บานปแระตูปิดเปิดสำหรับแมวโดยเฉพาะ โดยทั่วไปจะทำเป็นบานสปริง การสอนให้แมวรู้จักและใช้ บานเปิดต้องใช้ความอดทน แรก ๆ แมวอาจจะกลัวการถูกบานประตูหนีบขณะที่ผ่านเข้าออก ตอนแรกอาจจะคอยช่วยเหลือจับบานประตูไว้ให้แมวเข้าออกได้ก่อน จากนั้นจึงพยายามปล่อยให้แมวเข้าออกโดยใช้เส้นทางนี้ แล้ว ค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลง จนในที่สุดแมวจะคุ้นเคยและสามารถใช้อุ้งเท้าผลักบานประตูเปิดออกเอง

:: การฝึกแมวในสายฝึก ::
    ตรงกันข้ามกับความเชื่อที่คนส่วนใหญ่ว่าไม่สามารถฝึกแมวเหมือนกับสุนัขได้ แต่ที่จริงแล้วแมวจำนวนมากสามารถฝึกโดยให้อยู่ในสายฝึกได้อย่างไรก็ตามการฝึกแมวในสายฝึกจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แมวบางตัวจะทำตัวเรียบร้อยเหมือนสุนัขในสนามประกวดแต่แมวส่วนใหญ่ชอบหยุดนิ่งและมองไปรอบ ๆ จึงควรฝึกแมวในสายฝึกโดยจูงแมวให้เดินเล่นในบ้านก่อน

    การฝึกแมวในสายฝึกก็อาศัยหลักการเบื้องต้น เช่นเดียวกับการฝึกชนิดอื่น ๆ ซึ่งต้องมีเครื่องมือฝึกที่เหมาะสมมีความอดทนและส่งเสริมให้กำลังใจ เนื่องแมวเป็นสัตว์ที่มีนิสัยนุ่มลึก มีความรู้สึกเร็ว ถ้าใช้กำลังในการฝึกจะไม่สามารถบรรลุผลได้เลยตรงข้ามต้องแสดงความรัก แสดงให้รู้ว่าต้องการให้มันทำและพยายามชักชวนให้ทำตามที่เราต้องการ

    ก่อนเริ่มการฝึก ควรหาอุปกรณ์ที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้แมวหนีหรือเป็นอันตรายได้ เพราะคอของแมวนั้นค่อนข้างบอบบางกว่าคอของสุนัข ปลอกคอจะไม่เหมาะกับการฝึกในสายฝึกมากนัก ควรเปลี่ยนจาปลอกคอเป็นอานที่มีขนาดเบา ลักษณะเป็นอานเลข 8 หรือรูปตัว H มีสายหนึ่งพาดผ่านลำตัวหลังขาหน้าอานดังกล่าวต้องพอดีไม่รัดแน่นจนเกินไป ห่วงโลหะที่อยู่ ช่วงกลางของอานจะเป็นที่ฝึกสายเหนือส่วนหลังของแมวสายฝึกควรเบาและสั้นไม่ควรยาวเกิน 5 ฟุต มีที่จับเป็นห่วงคล้องข้อมือของผู้ฝึกได้ เพื่อว่าหากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับแมว ก็สามารถอุ้มมันขึ้นมาทันท่วงที ก่อนที่จะเริ่มฝึกแมวในสายฝึกนี้ต้องทำให้แมวเคยชินหรือยอมรับกับการใส่อานก่อน ไม่ว่าแมวนั้นจะอายุน้อยหรือมาก เทคนิคที่ใช้ได้เหมือนกัน ประการแรกควรเตรียมอาหารสำหรับให้เป็นรางวัล เริ่มขั้นแรกในบ้านที่ปลอดภัยก่อน โดยสวมอานให้ปราศจากการฝึก แมวอาจนอนกลิ้งโดยเอาสีข้างลงและไม่ยอมขยับเขยื้อนหรือวิ่งหนี ไม่ว่าอยู่ในลักษณะไหนก็อย่าได้กังวล ให้รางวัลแก่แมวแล้วรอดู เมื่อแมวยืนขึ้นแล้วเดินมาหาครูฝึก ให้รางวัลทันที ให้อานอยู่ที่ตัวแมวสัก 10 นาทีในแต่ละครั้ง ทำซ้ำอย่างนี้สองถึงสามครั้งต่อวัน เมื่อแมวรู้สึกชินกับอานก็ให้เกี่ยวสายฝึกกับอานได้ ต่อไปเป็นการฝึกขั้นที่สอง สอนให้แมวเดินในสายฝึก ผู้ฝึกถือสายฝึกอยู่ในมือให้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับกระตุกสายฝึกอย่างนุ่มนวลหากแมวเดินตามก็ให้รางวัลด้วยอาหารที่เตรียมไว้ หลังจากฝึกจนเป็นผลสำเร็จเป็นเวลาหลายวันแล้วก็ค่อย ๆ ลดการให้อาหารเป็นรางวัลลง

    การจูงแมวอาจจูงให้เดินไปทางขวาหรือทางซ้ายมือของผู้ฝึกหากแมวเดินเดินอยู่ทางซ้ายมือก็จะพันสายจูงเข้ากับข้อมือขวาและบังคับแมวด้วยข้อมือซ้ายในกรณีที่มีปัญหาอาจจะอุ้มแมวด้วยมือซ้อายและยึดสายฝึกให้อยู่กับที่โดยอาศรัยมือขวาหากแมวดิ้นพยายามจะหนีจากสายฝึก ขอให้อดทนและสุภาพ แต่ถ้าแมวปฏิบัติได้ดี เช่น เดินตามไปก็ให้รางวัลทันที เมื่อแมวเดินตามทางที่กระตุกสายจูงแบบนุ่มนวลก็ให้ดำเนินการฝึกขั้นที่สามต่อไป คือการฝึกนอกบ้าน การนำแมวออกเดินนั้นค่อนข้างจะแตกต่างไปจากการจูงสุนัขเดินเล่นเพราะแมวจะไวต่อสิ่งกระตุ้นแวดล้อมรอบตัว เช่น แมวมักจะหยุดดมดอกไม้หรือจ้องมองสิ่งของที่เคลื่อนไหวอยู่นาน ๆ ก็ต้องทำใจ อย่าบังคับให้แมวเดินเร็วเกินไป ควรเดินแบบช้า ๆ เดินให้สนุกเพื่อให้แมวรู้สึกสนุกด้วย ควรเตรียมใจที่จะเดินแล้วหยุด หยุดแล้วเดินอยู่บ่อย ๆ หากแมวเกิดความกลัวก็อย่าพยายามพาแมวเดินออกนอกบ้าน หากจะสอนให้แมวเดินตามโดยไม่มีสายฝึกก็ใช้วิธีเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตามการฝึกแบบนี้ไม่ควรทำ เพราะแมวอาจจะตื่นกลัวและวิ่งหนีจนตามจับไม่ทัน และอาจสูญหายได้

    ควรจำไว้ว่า การฝึกแมวในสายฝึกนี้ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ แต่การฝึกจะช่วยให้ สัมพันธภาพระหว่าง เจ้าของกับแมวดีขึ้น หากทำสำเร็จแล้วแมวจะไม่ต่อต้านและเต็มใจจะเดินไปไหน ๆ ด้วย ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ควรฝึกด้วยความระมัดระวังและให้เกิดความสนุกสนาน

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะ จะลองทำตามดูนะึคะ

#2 By what-ever on 2011-01-28 12:54

ขอบคุนค่ะ

#1 By nun (125.24.75.203) on 2009-05-16 14:23